เคาะเศรษฐกิจไทยโต 4.2 เจพีมอร์แกนคาด ธปท.ลดดอกเบี้ย 0.25

  • 11 May 2020
  • 1536
หางาน,สมัครงาน,งาน,เคาะเศรษฐกิจไทยโต 4.2 เจพีมอร์แกนคาด ธปท.ลดดอกเบี้ย 0.25

นายเบนจามิน ชาทิล นักวิจัยด้านนโยบายและเศรษฐกิจ กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย บริษัทเจพีมอร์แกนเปิดเผยว่า มองแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีนี้ ยังมีความไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับนโยบายและการใช้จ่ายของภาครัฐอย่างมีนัยสำคัญ โดยประเมินว่าจีดีพีไทยปีนี้จะกลับมาโตได้ที่ 4.2%

ตัวเลขนี้ยังไม่นับรวมการลงทุนภาครัฐในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โดยนับเพียงการใช้จ่ายงบประมาณระยะสั้นของภาครัฐที่สามารถทำได้ทันที เช่น โครงการขุดลอกคูคลอง สร้างและซ่อมแซมถนน แต่หากงบฯส่วนนี้ใช้ได้ไม่ตามเป้าก็อาจทำให้เศรษฐกิจไทยโตได้ไม่ถึง 4.2% แต่หากปีนี้มีเม็ดเงินจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่เข้ามาก็จะมีผลให้เศรษฐกิจ ไทยโตได้มากกว่า 4.2% เช่นกัน ส่วนการส่งออกของไทยปีนี้นั้นจะเติบโตกว่า 2 ปีที่ผ่านมา แต่คงโตได้ ไม่มากนัก โดยการส่งออกบางส่วนได้รับแรงกระตุ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่ดุลบัญชี เดินสะพัดจะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง โดยจะได้เห็นการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในปีนี้ นอกจากนี้ อุปสงค์ภายในประเทศจะได้ประโยชน์จากภาวะสินเชื่อ ที่เข้มงวดน้อยลง แต่แผนการใช้จ่ายของภาครัฐถือเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากกว่า ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานและภาคการเงินของไทยยังคงมีความแข็งแกร่ง

นายชาทิลยังกล่าวถึงอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ และปรับตัวลง 2 เดือนติดต่อกันมานี้ว่า ไม่น่าห่วงเพราะเงินเฟ้อที่ลดลงเป็นผลจากราคาน้ำมันที่ลดลง ไม่ได้เกิดจากการใช้จ่ายที่ลดลง แต่อย่างไรก็ตาม มองว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้น หากประเทศไทยต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขัน เพราะช่วงที่ผ่านมาธนาคารกลางกว่า 20 ประเทศทั่วโลกได้ผ่อนคลายนโยบายการเงิน ดังนั้น เจพี มอร์แกน เชื่อว่า ธปท.มีโอกาสที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย นโยบายปีนี้ลง 0.25% แต่การลดดอกเบี้ยนโยบายไม่น่ามีผลกระตุ้นเศรษฐกิจมาก เพราะธนาคารพาณิชย์คงไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงตาม ธปท.ในทันที นอกจากนี้ ยังประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้จะต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อเป้าหมายหรือ target infration ที่ ธปท.ได้กำหนดไว้ที่ระดับ 1% ซึ่งนับเป็นการพลาดเป้าหมายครั้งแรกในรอบ 15 ปีของ ธปท.

นายชาทิลยังประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในกลางปีนี้ ส่วนจะส่งผลกระทบต่อกระแสเงินทุนไหลเข้า-ออกในไทยและเอเชียอย่างไรนั้น นายชาทิลกล่าวว่าจะทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของตลาดอยู่แล้ว จึงไม่น่าส่งผลกระทบให้เกิดการตื่นตระหนก ที่จะทำให้เงินทุนไหลออกอย่างรุนแรง ประกอบกับขณะนี้เงินต่างชาติถือพันธบัตรและหุ้นในเอเชียรวมทั้งไทยไม่มาก

ด้าน ม.ล.ชโยทิต กฤดากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ เจพีมอร์แกน ประเทศ ไทย กล่าวว่า กระแสการควบรวมกิจการและการออกไปซื้อกิจการในต่างประเทศของธุรกิจไทยยังคงมีต่อเนื่อง เพื่อสร้างเครือข่ายในระดับนานาชาติ และเพื่อออกไปครองส่วนแบ่งตลาดในต่างประเทศ โดยกลุ่มธุรกิจไทยที่มีศักยภาพในการซื้อกิจการ และเป็นผู้นำในตลาดโลกคือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภค และธุรกิจพลังงาน ในทางกลับกันประเทศไทยยังเป็นจุดหมายของบริษัทข้ามชาติในการเข้ามา ซื้อกิจการและเข้ามาใช้ไทยเป็นฐานหรือศูนย์กลางการขยายธุรกิจออกไปยังประเทศในเอเชียและลุ่มน้ำโขง ที่เศรษฐกิจกำลังมีการเติบโตอย่างมาก โดยปีนี้จะ ได้เห็นดีลที่เจพีมอร์แกนเป็นที่ปรึกษา ทั้งการที่ธุรกิจไทยออกไปซื้อกิจการในต่างประเทศ และกลุ่มทุนข้ามชาติจะเข้ามาซื้อกิจการในไทย นอกจากนี้ เจพีมอร์แกนยังสนับสนุน นโยบายรัฐบาล ในการแก้ไขกฎหมายและปรับปรุงภาษี เพื่อดึงดูดให้บริษัทระดับโลกมาใช้ไทยเป็นศูนย์กลางหรือที่ตั้งสำนักงานในภูมิภาคนี้ เพื่อให้การทำธุรกรรมการเงินและการซื้อขายมาผ่านที่ประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ไทยได้ประโยชน์อีกมาก.

JOBBKK.COM © Copyright All Right Reserved

Jobbkk has only one website. In no case, we have an affiliate, agent or appointee. Please do not rely on any other website, email, telephone, SMS or other contacting channel. If it is a case, we will prosecute under a lawsuit in the upmost as allowed. DBD

Top